Published: 29 May 2018 › Updated: 29 May 2018
สัตว์ร้ายที่มากับสายฝน
สัตว์ร้ายที่มากับสายฝน มีอะไรที่เราควรรู้จักและป้องกันบ้าง จะได้ไม่เจ็บป่วยหรือเดือดร้อนเพราะสัตว์หน้าฝนเหล่านี้สายฝนนำพาความชุ่มฉ่ำมาให้เราได้ชื่นใจ แต่นอกจากความเย็นสบายก็อย่าลืมว่าฝนตก น้ำท่วมทีไร สัตว์ทั้งร้ายและไม่ร้ายก็ชอบหนีน้ำมาแอบเข้าบ้านเราบ้าง หรืออยู่ตามแหล่งน้ำท่วมขังให้เราเสี่ยงต่ออันตราย
- งู สัตว์มีพิษร้ายแรงอันดับต้น ๆ ที่เราอยากเตือนให้ระวังกันให้ดี เพราะในฤดูฝนแบบนี้งูมักจะหนีน้ำมาอาศัยบ้านคนอยู่ ไม่ก็มักจะเจองูขดตัวอยู่ในรองเท้า ตู้ไปรษณีย์ เป็นต้น บางทีก็อาจโผล่มาจากชักโครกอย่างที่เคยเห็นข่าวกัน ��ทั้งนี้จากข้อมูลของสถานเสาวภา สภากาชาดไทย ระบุว่า งูพิษที่พบมากที่สุดในไทยคือ งูพิษที่มีผลต่อระบบประสาท อันได้แก่ งูเห่า งูเห่าพ่นพิษสยาม งูจงอาง งูสามเหลี่ยม โดยพิษงูจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นอัมพาต โดยเริ่มจากกล้ามเนื้อมัดเล็กไปจนถึงมัดใหญ่ อาการหลังโดนงูกัดเริ่มต้นจึงจะหนังตาตก กลืนน้ำลายลำบาก พูดอ้อแอ้ ไปจนถึงหยุดหายใจ หัวใจล้มเหลวและเสียชีวิต��งูมีพิษอีกหนึ่งชนิดที่พบได้บ่อยก็คืองูมีพิษต่อระบบเลือด เช่น งูแมวเซา และงูกะปะ หากถูกกัดจะมีอาการปวดบวมรอบแผล หรือพบตุ่มน้ำเลือดและมีเลือดออกจากแผล ส่วนพิษงูเขียวหางไหม้จะทำให้เกิดอาการบวมลุกลาม เพราะพิษทำให้เลือดในกายไม่แข็งตัว จะพบเลือดออกไม่หยุดในอวัยวะภายใน อย่างช่องท้อง ไรฟัน สมอง หรืออาจทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันจนถึงแก่ชีวิตได้��* วิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกงูกัด��งูมีอยู่หลายชนิด ทั้งมีพิษและไม่มีพิษ หากถูกงูพิษกัดจะมีรอยเขี้ยว 1-2 แผลเสมอ เขี้ยวมีลักษณะเป็นรูกลวงคล้ายเข็มฉีดยา และมีเลือดออกซึม ๆ แต่ถ้าถูกงูกัดแล้วไม่พบรอยเขี้ยว จเป็นแต่รอยถลอกหรือรอยถากเท่านั้น แสดงว่านั่นไม่ใช่งูพิษ ��ทั้งนี้ หากโดนงูพิษกัดให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 1669 และปฐมพยาบาลตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด โดยพยายามอย่าขยับอวัยวะที่ถูกงูกัดเพราะการเคลื่อนไหวจะเร่งให้พิษกระจายไปตามร่างกายได้เร็วขึ้น จากนั้นให้ใช้ผ้าพันแผลชนิดยืดหยุ่นพันตั้งแต่เหนือรอยแผลที่โดยกัด ไปจนถึงเหนือข้อต่อของแขนหรือขา และต้องคลายผ้าทุก ๆ 15-20 นาที เพื่อป้องกันส่วนปลายขาดเลือด และรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
��เรื่องที่ต้องเตือนดัง ๆ ก็คืออย่าใช้เหล้า ยาสีฟัน หรือสิ่งอื่น ๆ ทาแผล และห้ามใช้ปากดูดพิษออกมาเด็ดขาด
��- งูกัด ปฐมพยาบาลอย่างไร ��* วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน
��เราสามารถป้องกันไม่ให้งูเข้าบ้านได้ หรือหากงูเข้าบ้านมาแล้วก็ยังพอมีวิธีรับมือกับงูได้อย่างปลอดภัย โดยทำตามนี้เลยค่ะ
��- วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน รู้ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย
��- งูเข้าบ้าน รับมืออย่างไรดี อ่านทางนี้ด่วน !
- ตะขาบ ไม่ใช่รูปร่างหน้าตาน่ากลัวเท่านั้น แต่พิษของตะขาบก็อันตรายใช่ย่อยค่ะ ยิ่งในหน้าฝนที่สภาพภูมิอากาศชื้น ๆ อย่างนี้ เราก็จะเห็นตะขาบชุกชุมมากขึ้น ซึ่งตัวตะขาบเองจะมีพิษอยู่ที่เขี้ยว 1 คู่ โดยอยู่ที่ปล้องแรกของลำตัว เมื่อโดนตะขาบกัดจึงจะเห็นเป็นรอยเขี้ยวมีจุดเลือด 2 จุด ลักษณะแผลเหมือนจะเป็นรอยไหม้ ซึ่งหลังจากกัดไปแล้ว พิษของตะขาบจะแผ่ซ่าน เกิดอาการบวมแดง ปวด แสบร้อน อาเจียน ปวดหัว มึนงง จนกระทั่งเป็นอัมพาตในบริเวณแผลที่ถูกตะขาบกัด หรืออาจได้รับเชื้อแบคทีเรียจากคมเขี้ยวของตะขาบแทรกซ้อนไปในแผลด้วยนะคะ แต่ทั้งนี้พิษของตะขาบก็ไม่รุนแรงถึงกับทำให้เสียชีวิตได้��* วิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกตะขาบกัด��การดูแลเบื้องต้นเมื่อถูกตะขาบกัด ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่นาน 30 วินาที (ร้องเพลงช้างจบ 1 รอบ) แล้วใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบ เพื่อช่วยลดอาการปวดบวม หรือรับประทานยาแก้ปวดเมื่อรู้สึกปวด ทว่าหากมีอาการแพ้พิษตะขาบมาก ให้รีบนำตัวผู้ป่วยไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด��* วิธีป้องกันตะขาบเข้าบ้าน��พยายามเคลียร์จุดอับในบ้านให้โปร่งและโล่ง เพื่อลดพื้นที่ให้ตะขาบซุกซ่อนตัว ทว่าหากพบเจอตะขาบในบ้านเข้าให้ เรามีวิธีไล่ตะขาบมาฝาก��- วิธีไล่ตะขาบ ตะขาบเข้าบ้านทำอย่างไร อ่านด่วน !���
- แมงป่องแค่รูปลักษณ์ภายนอกของแมงป่องก็น่าขยาดมาก ๆ แล้ว แต่พิษของสัตว์ชนิดนี้ยิ่งทำให้สยองเข้าไปใหญ่ค่ะ เพราะพิษร้ายของแมงป่องซึ่งจะอยู่ที่ปลายหาง ทำให้ปวดแสบปวดร้อนทรมาน หรือร้ายแรงถึงตายได้เพียงแค่จึ๊กเดียว โดยแรก ๆ ที่โดนต่อยจะรู้สึกปวดแปร๊บทันที หลังจากนั้นใน 30 นาทีต่อมาจะรู้สึกปวดมาก มีอาการบวมแดงและแสบร้อนที่แผล ปวดหัว อาเจียน มีไข้สูง หัวใจเต้นเร็ว ซึ่งหากไม่รีบรักษาอาจมีอาการชัก น้ำคั่งปอด และอาจเสียชีวิตจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ระบบหายใจล้มเหลว ��* วิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกแมงป่องต่อย��เมื่อถูกแมงป่องต่อยให้ล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ จากนั้นประคบแผลด้วยผ้าห่อน้ำแข็ง เพื่อบรรเทาอาการปวดและให้เส้นเลือดหดตัว ซึ่งจะช่วยให้พิษกระจายตัวได้ช้าลง จากนั้นรีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์��* วิธีป้องกันแมงป่องเข้าบ้าน��- ทำความสะอาดสวนในบ้านให้โล่ง โปร่ง ทุกซอกทุกมุม โดยพยายามอย่าให้มีซอกหลืบ เช่น ใต้กระถาง พื้นใต้หิน ให้แมงป่องเข้าไปหลบซ่อนตัว��- ปิดทุกทางเข้าออก โดยเฉพาะร่องใต้ประตู หรือกำแพงที่มีรูโหว่ก็ควรซ่อมแซมให้มิดชิด และพยายามอย่าเปิดประตูทิ้งไว้��- ท่อน้ำก็ควรปิดด้วยฝาตะแกรง หรือจะใช้แผ่นไม้ แผ่นหิน ปิดกันไว้ก็ได้��- วางน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์หรือกลิ่นซิตรัสในจุดเสี่ยง เช่น รอบ ๆ บ้าน ประตูที่เชื่อมออกไปยังสวน หรือจุดที่มีความอับชื้นค่อนข้างสูงอย่างห้องน้ำ ในครัว บริเวณซักล้าง เพราะแมงป่องจะไม่เข้าใกล้กลิ่นหอม ๆ เหล่านี้�
- คางคก�คางคกเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่มีพิษเป็นเมือกสีขาว ซึ่งเราจะคุ้นหูมากกว่าถ้าเรียกยางคางคก โดยต่อมพิษของคางคกจะอยู่ที่เส้นสันหลัง และเครื่องในบางส่วน ซึ่งหากเราโดนพิษคางคกสัมผัสผิว จะเกิดอาการระคายเคืองแต่ไม่มากพอจะส่งผลต่อระบบอื่น ๆ อีกได้ ��ทว่าสำหรับคนที่กินคางคกเพื่อหวังเป็นยาชูกำลัง (ซึ่งไม่ช่วยบำรุงสุขภาพได้จริง) อาจเกิดอันตรายได้ค่ะ โดยอาการแพ้พิษจะเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ส่วนมากจะเกิดหลังจากกินคางคกไปแล้วหลายชั่วโมง โดยผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และท้องร่วง โดยบางคนอาจมีอาการวิงเวียน สับสน เห็นภาพเป็นสีเหลือง และสติเริ่มลดน้อยลง บางคนมีอาการเพ้อ ง่วงซึม มีอาการทางจิตประสาทร้ายแรงถึงขั้นชักและหมดสติ หรือหากถอนพิษไม่ทัน ผู้ป่วยจะมีอัตราการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ จนกระทั่งตกอยู่ในสภาวะหัวใจล้มเหลวและเสียชีวิตในที่สุด��* การรักษาเมื่อโดนพิษคางคกเล่นงาน��ในกรณีโดนพิษคางคกที่ผิวหนัง ให้รีบล้างทำความสะอาดผิวหนังด้วยน้ำและสบู่ให้หมดจด ส่วนหากกินคางคกเข้าไป ให้รีบนำตัวผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยด่วน��* วิธีป้องกันคางคกเข้าบ้าน��แม้คางคกจะดีต่อระบบนิเวศในสวน คือ เป็นตัวช่วยกำจัดสัตว์ชนิดอื่น ๆ ได้ เช่น หอยทาก ทว่าหากไม่อยากมีคางคกป้วนเปี้ยนในบ้าน ลองนำผงคลอรีนโรยรอบ ๆ บ้าน โดยเน้นบริเวณพื้นที่อับชื้นมากเป็นพิเศษ กลิ่นฉุนของคลอรีนจะทำให้คางคกไม่เข้าใกล้บ้านเราเลยค่ะ��
- แมลงก้นกระดก แมลงก้นกระดก (Rove Beetle) หรือในชื่อ ด้วงก้นกระดก ด้วงปีกสั้น ด้วงก้นงอน และแมลงเฟรชชี่ จะพบได้มากที่บริเวณใกล้แหล่งน้ำ นาข้าว หรือตามพงหญ้า โดยเฉพาะในหน้าฝนจะมีการระบาดของแมลงชนิดนี้ในต่างจังหวัด หรือบนตึกสูง ๆ ก็พบได้บ้างเช่นกัน ��ทั้งนี้แมลงก้นกระดกก็ไม่ใช่สัตว์ปีกที่น่าคบหาเท่าไรค่ะ เพราะมีพิษแสบร้อนมาก เนื่องจากของเหลวในร่างกายของแมลงก้นกระดกจะมีสาร เพเดอริน (Paederin) เป็นส่วนประกอบ ซึ่งสารพิษชนิดนี้สามารถทำลายผิวหนังและเซลล์เนื้อเยื่อ เมื่อเราสัมผัสโดน แมลงก้นกระดกก็จะปล่อยของเหลวออกมา ทำให้ปวดร้อน คัน ปวดแสบ ผิวไหม้ มีผื่นแดง ตุ่มน้ำ เป็นหนองขึ้นตามบริเวณผิวหนังที่โดนสัมผัส วิธีปฐมพยาบาลเมื่อโดนพิษแมลงก้นกระดก��หากแมลงก้นกระดกมาสัมผัสตัวเราแล้ว ให้รีบล้างผิวด้วยน้ำเปล่า ฟอกสบู่ และประคบเย็นในบริเวณที่สัมผัสกับแมลงโดยตรง จากนั้นให้คอยสังเกตอาการและการเปลี่ยนแปลงที่ผิวหนัง หากเกิดรอยแดงเล็กน้อยสามารถหายเองได้ใน 2-3 วัน ไม่จำเป็นต้องทายาใด ๆ แต่ถ้าอาการผื่นเป็นมากขึ้นหรือมีตุ่มน้ำพองเกิดขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี��ทั้งนี้แพทย์จะทำการรักษาด้วยการให้ครีมสเตียรอยด์ทาผื่นแดงระยะเริ่มแรก แต่ถ้าผื่นมีตุ่มน้ำพองเป็นบริเวณกว้าง หรือแผลไหม้ ก็ควรต้องประคบแผลด้วยน้ำเกลือครั้งละ 5-10 นาที วันละ 3-4 ครั้งจนกระทั่งแผลแห้ง ร่วมกับพิจารณายาปฏิชีวนะชนิดรับประทานเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม และการรับประทานยาแก้คันเพื่อช่วยบรรเทาอาการคันในผู้ป่วยบางรายด้วยค่ะ
��* วิธีไล่แมลงก้นกระดก��ร้ายขนาดนี้ก็อย่าปล่อยให้แมลงก้นกระดกเข้าใกล้เราได้เด็ดขาด มาดูวิธีไล่แมลงก้นกระดกกันเลย ! และขอเตือนว่าถ้าเจอแล้วให้รีบกวาดทิ้ง แต่อย่าไปบี้หรือสัมผัสถูกตัว เพราะสารพิษจะกระจายไปตามมือและทำให้เกิดรอยไหม้ตามมือได้เลย
��- 10 วิธีไล่แมลงก้นกระดก ภัยร้ายในบ้านที่มาพร้อมหน้าฝน��
- กิ้งกือสัตว์ร้อยขาอีกชนิดที่หลายคนเห็นแล้วขนลุกซู่ซ่าอย่างกิ้งกือ ก็เป็นสัตว์ที่มากับหน้าฝนและความอับชื้นเช่นกันค่ะ และเห็นกิ้งกือม้วนตัวกลม ๆ แข็งทื่ออย่างนี้ เขาก็มีพิษเหมือนกันนะ โดยกิ้งกือบางชนิดสามารถปล่อยพิษที่เป็นของเหลวออกจากบริเวณรอยต่อของข้อปล้องได้ หรือบางชนิดอาจปล่อยก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ออกมาเพื่อป้องกันตัว ซึ่งจริง ๆ แล้วสารพิษดังกล่าวไม่ค่อยส่งผลกับมนุษย์เราเท่าไร เว้นแต่ว่าคนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย อาจเกิดอาการแสบ คัน หรือเห็นเป็นรอยแดง ๆ ตามผิวหนังที่สัมผัสกิ้งกือได้ แต่ทั้งนี้ก็ไม่เป็นอันตรายมากจนน่าห่วงค่ะ
��* วิธีปฐมพยาบาลหากถูกพิษกิ้งกือ
��เมื่อโดนพิษกิ้งกือเล่นงานให้รีบทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่โดนพิษด้วยน้ำสะอาด และฟอกสบู่หลาย ๆ รอบ ซึ่งการทำความสะอาดอาจไม่ทำให้รอยแดง ๆ จางหาย แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดพิษกิ้งกือ แบคทีเรีย และเชื้อโรคที่มาพร้อมกับกิ้งกือได้ หรือหากบางคนมีอาการแพ้ ก็ให้กินยาแก้แพ้ หากปวดก็กินยาแก้ปวด แล้วแผลจากกิ้งกือจะหายในที่สุด
��* วิธีไล่กิ้งกือออกจากบ้าน��ใครไม่อยากเห็นกิ้งกืออยู่ในบ้านให้ขนลุกและเสี่ยงอันตรายอีก ลองกำจัดกิ้งกือด้วยวิธีเหล่านี้ดูนะคะ
�- วิธีไล่กิ้งกือในบ้าน กำจัดสัตว์ร้อยขาสุดอี๋ ��
- ยุงน้ำขังตามแหล่งต่าง ๆ เป็นแหล่งกำเนิดยุงมากมายหลายสายพันธุ์ แต่หนึ่งในนั้นคือยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกนั่นเองค่ะ ดังนั้นในช่วงหน้าฝนอย่างนี้เราก็ควรป้องกันยุงลายออกอาละวาดจนทำให้เสี่ยงโรคไข้เลือดออกด้วย
��* อันตรายจากยุง��นอกจากยุงจะกัดเราจนเป็นตุ่มคันแล้ว ยุงยังอาจนำโรคติดต่ออื่น ๆ มาให้เราล้มหมอนหนอนเสื่อด้วย ลองมาดูกันว่ามีโรคอะไรบ้าง อาการที่สังเกตได้เป็นอย่างไร
��- ไข้เลือดออก โรคตัวร้ายที่มียุงลายเป็นพาหะ อันตรายถึงชีวิต !
��- โรคไข้สมองอักเสบเจอี ยุงรำคาญเป็นพาหะนำโรค
��- โรคเท้าช้าง ระวังไว้ให้ดี โรคติดต่อนี้มียุงเป็นพาหะ !
��- ไวรัสซิกา โรคติดต่อที่ไร้วัคซีนป้องกัน ภัยเงียบจากยุงลาย ![trh.jpg]
Leave สัตว์ร้ายที่มากับสายฝน to:
Read more #thai posts
Best Posts From Khammanh
We have not curated any of saiyasith's posts yet. But you can encourage our curation team to review posts by visiting them regularly and by referring other readers. Because we give priority to frequently read content.
More Posts From Khammanh
- last study
- หน้าฝนนี้ ปูกพืดอไรดี
- ຂຸມລົບໄພສະໃຫມສົງຄາມ จากสไหมสงคามที่ลาว
- dont eat รักสาเนื้อรักสาตวเดี้พี่น้อง
- ปฏิบัติตัวสำหรับการรักษาโรค
- disease asked if "drink little water โรคร้ายถามหา ถ้า “ดื่มน้ำน้อย”
- Benefits from sex คุณประโยชน์ของการมีเซ็กส์
- สัตว์ร้ายที่มากับสายฝน
- การประกวด ภาพถ่ายสถาปัตยกรรม Architecture Photography Contest Thai Community
- Cancer treatment มีคนหายจากโลกมะเลัง จากผักขมสะเดา ຜັກຂົມສະເດົາ